ค่าไฟฟ้าของไทยในปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าค่า Ft จะปรับลงมาบ้างในบางงวด แต่ค่าไฟฟ้าฐานที่ปรับขึ้นจากนโยบายหลายปีก่อนยังกดดันต้นทุนครัวเรือนและธุรกิจทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง บ้านขนาดกลางที่ใช้ไฟ 500–800 หน่วย/เดือน จ่ายค่าไฟเฉลี่ยเดือนละ 3,000–5,500 บาท สูงกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนเกือบ 40%
สาเหตุหลักคือโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของไทยที่ยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก คิดเป็นกว่า 55% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด เมื่อราคา LNG ในตลาดโลกผันผวนตามภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนนั้นถูกส่งผ่านมายังผู้ใช้ไฟโดยตรงผ่านค่า Ft ซึ่งปรับทุก 4 เดือน ความเสี่ยงนี้ไม่ได้หายไปในระยะสั้น
โซลาร์เซลล์คือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการ 'ล็อก' ต้นทุนพลังงาน เพราะเมื่อติดตั้งแล้วค่าพลังงานจากแสงอาทิตย์แทบเป็นศูนย์ตลอดอายุการใช้งาน 25–30 ปี บ้านทั่วไปที่ติดระบบขนาด 5 kWp ประหยัดค่าไฟได้เฉลี่ย 2,500–3,500 บาท/เดือน หรือปีละ 30,000–42,000 บาท คืนทุนได้ใน 4–6 ปี
สำหรับธุรกิจและโรงงาน ตัวเลขน่าสนใจยิ่งกว่า ระบบขนาด 100–500 kWp สามารถตัดต้นทุนค่าไฟได้ 30–60% ของบิลรายเดือน เมื่อรวมกับสิทธิประโยชน์ BOI หักลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า ระยะคืนทุนลดลงเหลือเพียง 2–3 ปี ทำให้ ROI สูงกว่าการลงทุนในเครื่องจักรการผลิตทั่วไปส่วนใหญ่
แนวโน้มในปี 2569 นี้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบ Solar + BESS เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าขึ้นมากสำหรับบ้านที่ใช้ไฟกลางคืนสูง หรือธุรกิจที่ต้องการความมั่นคงของระบบไฟฟ้า การผสาน EV Charger เข้ากับระบบโซลาร์ที่บ้านยังช่วยให้เจ้าของรถไฟฟ้าชาร์จด้วยพลังงานสะอาดราคาถูกได้ตลอดวัน
หากคุณกำลังพิจารณาติดตั้งโซลาร์เซลล์ ปี 2569 ถือเป็นจังหวะที่ดี ทั้งราคาแผงที่ลดต่ำลง สิทธิลดหย่อนภาษีของรัฐที่ยังมีผลถึงปี 2571 และอัตราค่าไฟที่ยืนสูง ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนดีกว่าทุกช่วงเวลาที่ผ่านมา



