ดีเดย์โครงการโซลาร์รูฟท็อปล้านหลังคาเรือนเตรียมเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงิน 50,000 ล้านบาท ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ขณะที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เตรียมเปิดระบบลงทะเบียนสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการติดตั้ง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ได้เห็นชอบโครงการโซลาร์ประชาชน โดยจะติดตั้งโซลาร์เซลล์จำนวน 1 ล้านครัวเรือน ภาครัฐอุดหนุนหลังคาเรือนละ 50,000 บาท รวมวงเงิน 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้จะเสนอโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2569
สำหรับยอดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140,000 บาท เมื่อหักเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 50,000 บาทแล้ว ประชาชนจะเหลือยอดจ่ายจริงเพียง 90,000 บาท พร้อมเปิดทางเลือกในการผ่อนชำระกับสถาบันการเงินได้โดยไม่ต้องมีเงินก้อน
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนที่ไม่มีเงินก้อนไม่ต้องกังวล เพราะได้ดึงสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน โดยออกมาตรการสินเชื่อโปรโมชั่นพิเศษดอกเบี้ย 2.5% นาน 7 ปี จากนั้นการไฟฟ้าฯ จะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเอง
ด้านผลตอบแทนนั้น ประเมินเบื้องต้นว่าหากติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ ถ้าครัวเรือนมีการใช้ไฟน้อยจะมีรายได้จากการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าฯ ประมาณเดือนละ 1,000 บาท (อัตราค่าขายไฟคืนระบบ 2.20 บาท/หน่วย) สร้างรายได้ตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ 25–30 ปี หากเป็นบ้านที่ใช้ไฟกลางวันเยอะจะช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้อย่างมหาศาล
เงื่อนไขสำคัญของผู้เข้าร่วมโครงการคือ จะต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ และรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนก็ต่อเมื่อการไฟฟ้าฯ เข้าไปเชื่อมต่อระบบแล้วเท่านั้น เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต
นายประดิษฐ์ เฟื่องฟู รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผย 'ประชาชาติธุรกิจ' ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของแบบฟอร์มลงทะเบียนสำหรับประชาชน ขั้นตอนการดำเนินงาน และระบบสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมรับงานติดตั้งระบบ (Vendor) โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นพันราย ช่วยลดปัญหาคิวยาว พร้อมแนะประชาชนคำนวณความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ โดยเหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟเวลากลางวัน เพราะค่าขายไฟเข้าระบบอยู่ที่หน่วยละ 2.20 บาท
ด้านบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าอย่าง 'เอเนอร์จี้ลิบ' ระบุว่า มาตรการรัฐช่วยกระตุ้นตลาดโซลาร์ให้คึกคักอย่างยิ่ง และสิทธิลดหย่อนภาษีช่วยเพิ่มยอดขายถึง 2 เท่า ซึ่งทางภาคเอกชนกำลังเร่งเตรียมแผนรองรับความต้องการโซลาร์ล้านครัวเรือนอย่างเต็มที่



